ถ้าคุณดูพรีเมียร์ลีกหรือไทยลีกเป็นประจำ น่าจะเคยเห็นราคาอย่าง -0.5, +1 หรือ -0.75 มาบ้างแล้ว แฮนดิแคปเอเชียคือหนึ่งในตลาดฟุตบอลที่นิยมที่สุดในภูมิภาคนี้ และเมื่อเข้าใจกฎง่ายๆ สามข้อ คุณจะอ่านราคาได้ง่ายกว่าที่คิด
แฮนดิแคปเอเชียคืออะไร?
แฮนดิแคปคือการให้ทีมหนึ่งได้แต้มต่อหรือต้องต่อเป็นจำนวนประตูก่อนเริ่มเกม ทีมที่แข็งกว่ามักเป็นฝ่ายต่อ (ราคาติดลบ) ส่วนทีมที่เป็นรองจะได้ราคาบวกในจำนวนเดียวกัน จากนั้นจึงตัดสินผลเหมือนบวกแต้มต่อเข้าไปในสกอร์จริงตอนจบเกม
ข้อดีใหญ่คือราคาส่วนใหญ่ตัดผลเสมอออกไป แทนที่จะมีสามผลลัพธ์ (เจ้าบ้าน เสมอ ทีมเยือน) คุณเลือกแค่สองฝั่ง ราคาของแต่ละฝั่งจึงมักใกล้เคียงกัน
ถ้าตลาดไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น แฮนดิแคปจะตัดสินที่ผล 90 นาทีรวมทดเวลาบาดเจ็บ ต่อเวลาพิเศษและการยิงจุดโทษไม่นับ
ราคาครึ่งลูก: -0.5, +0.5, -1.5
ราคาครึ่งลูกเข้าใจง่ายที่สุด เพราะไม่มีทางออกเจ๊า (คืนทุน)
- -0.5 (ต่อครึ่งลูก): ทีมของคุณต้องชนะ ไม่ว่ากี่ลูก เสมอหรือแพ้ถือว่าเสีย
- +0.5 (รองครึ่งลูก): ทีมของคุณต้องชนะหรือเสมอ แพ้อย่างเดียวที่เสีย
- -1.5 (ต่อลูกครึ่ง): ทีมของคุณต้องชนะตั้งแต่สองลูกขึ้นไป
- +1.5 (รองลูกครึ่ง): ทีมของคุณแพ้ได้หนึ่งลูกแล้วยังชนะเดิมพัน
สังเกตว่า -0.5 ทำงานเหมือนการแทงทีมชนะในตลาด 1X2 และ +0.5 ทำงานเหมือนดับเบิลชานซ์ชนะหรือเสมอ
ราคาลูกเต็ม: 0, -1, +1
ราคาลูกเต็มเพิ่มโอกาสออกเจ๊า คือได้เงินเดิมพันคืน
- 0 (ราคาเสมอ): ทีมของคุณชนะ คุณชนะ เสมอได้เงินคืน แพ้ก็เสีย
- -1 (ต่อหนึ่งลูก): ชนะสองลูกขึ้นไปได้เงิน ชนะหนึ่งลูกพอดีได้เงินคืน เสมอหรือแพ้เสีย
- +1 (รองหนึ่งลูก): ชนะหรือเสมอได้เงิน แพ้หนึ่งลูกได้เงินคืน แพ้สองลูกขึ้นไปเสีย
ราคาควบ: -0.25, -0.75, +0.25
ราคาควบทำให้มือใหม่งงกันเยอะ แต่กฎจริงๆ ง่ายมาก: เงินเดิมพันจะถูกแบ่งครึ่งไปลงสองราคาที่อยู่ใกล้ที่สุด
- -0.25 (ต่อเสมอควบครึ่ง) คือครึ่งหนึ่งลงที่ 0 และอีกครึ่งลงที่ -0.5
- -0.75 (ต่อครึ่งควบลูก) คือครึ่งหนึ่งลงที่ -0.5 และอีกครึ่งลงที่ -1
- +0.25 (รองเสมอควบครึ่ง) คือครึ่งหนึ่งลงที่ 0 และอีกครึ่งลงที่ +0.5
นี่คือเหตุผลที่บิลราคาควบอาจจบแบบ "ได้ครึ่ง" หรือ "เสียครึ่ง"
ตัวอย่างคำนวณ
ทีมและราคาด้านล่างสมมติขึ้นเพื่ออธิบายวิธีคิดเท่านั้น ไม่ใช่ราคาจริง
ตัวอย่างที่ 1: พรีเมียร์ลีก ทีมเจ้าบ้านตัวเต็งต่อ -0.75 คุณแทง ฿200 ที่ราคา 1.90 ฝั่งเจ้าบ้าน -0.75 เงินเดิมพันแบ่งเป็น ฿100 ที่ -0.5 และ ฿100 ที่ -1
- เจ้าบ้านชนะ 2-0: ชนะทั้งสองส่วน ได้รับคืน ฿200 x 1.90 = ฿380
- เจ้าบ้านชนะ 1-0: ส่วน -0.5 ชนะ (฿100 x 1.90 = ฿190) และส่วน -1 ได้เงินคืน (฿100) รวมได้รับคืน ฿290
- เสมอหรือทีมเยือนชนะ: เสียทั้งสองส่วน ได้รับคืน ฿0
ตัวอย่างที่ 2: ไทยลีก 1 ทีมเยือนที่เป็นรองได้ +0.25 คุณแทง ฿200 ที่ราคา 1.95 ฝั่งทีมเยือน +0.25 เงินเดิมพันแบ่งเป็น ฿100 ที่ 0 และ ฿100 ที่ +0.5
- ทีมเยือนชนะ: ชนะทั้งสองส่วน ได้รับคืน ฿390
- เสมอ: ส่วน 0 ได้เงินคืน (฿100) และส่วน +0.5 ชนะ (฿195) รวมได้รับคืน ฿295
- เจ้าบ้านชนะ: เสียทั้งสองส่วน ได้รับคืน ฿0
ทำไมราคาถึงขยับ
ราคาแฮนดิแคปและค่าน้ำจะขยับในช่วงหลายวันหรือหลายชั่วโมงก่อนเตะ ตามข่าวทีมและเงินที่เข้ามา กองหน้าตัวหลักเจ็บกะทันหัน การหมุนเวียนนักเตะก่อนเกมยุโรป หรือสภาพอากาศ ก็ทำให้ราคาเปลี่ยนได้ ในไทยลีก ข่าวรายชื่อตัวจริงและสภาพสนามช่วงหน้าฝนก็มีผลเช่นกัน ราคาที่คุณได้คือราคาบนสลิปตอนที่บิลถูกรับ ราคาที่ขยับทีหลังจึงไม่กระทบบิลที่วางไปแล้ว
แมตช์พรีเมียร์ลีกมักเตะช่วงค่ำถึงดึกตามเวลาไทย แมตช์บ่ายสามโมงวันเสาร์ที่อังกฤษจะเตะสี่ทุ่มบ้านเราในช่วงเวลาฤดูหนาวของอังกฤษ และสามทุ่มในช่วงเวลาฤดูร้อน ถ้าคุณแทงสด อย่าลืมว่าครึ่งหลังคุณอาจเริ่มง่วงแล้ว จึงควรกำหนดยอดแทงไว้ก่อนเกมเริ่ม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- อ่านเครื่องหมายผิด -1 กับ +1 ความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง เช็กว่าราคานั้นเป็นของทีมไหนก่อนกดยืนยัน
- ลืมเรื่องการแบ่งครึ่ง ในราคาควบ การชนะแบบหวุดหวิดอาจได้เงินแค่บางส่วน
- คิดว่าต่อเวลาพิเศษนับด้วย ในเกมถ้วย แฮนดิแคปปกติตัดสินที่ผล 90 นาที
- ไล่เอาคืนด้วยราคาที่ต่อมากขึ้น การเลือกต่อหนักขึ้นเพื่อ "เอาคืน" หลังเสีย มักเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าความคุ้มค่า
สรุปสั้นๆ
- ราคาครึ่งลูก: ได้หรือเสีย ไม่มีเจ๊า
- ราคาลูกเต็ม: มีโอกาสได้เงินคืนเมื่อผลต่างประตูตรงกับราคาพอดี
- ราคาควบ: เงินเดิมพันแบ่งไปลงสองราคาที่ใกล้ที่สุด
เมื่อเข้าใจกฎสามข้อนี้ คุณจะอ่านราคาแฮนดิแคปได้ภายในไม่กี่วินาที คู่มือสปอร์ตบุ๊คของเราอธิบายตลาดฟุตบอลอื่นๆ ไว้ด้วย และหน้าการเล่นอย่างรับผิดชอบอธิบายวิธีตั้งวงเงินฝาก หากคุณอยากคุมการแทงให้อยู่ในงบที่กำหนด




